วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สรุปเนื้อหาที่เรียน week6

การจัดทางบประมาณ (Budgeting) คืออะไร

การวางแผนการที่คาดว่าจะต้องจ่าย โดยการคิดล่วงหน้าและแสดงข้อมูลออกมาเป็นตัวเลขและอาจแสดงออกมาในรูปของตัวเงิน จานวนชั่วโมงในการทางาน จานวนผลิตภัณฑ์จานวน ชั่วโมงเครื่องจักร ค่าสึกหรอ ค่าโสหุ้ยเป็นต้น
ความสาคัญของงบประมาณ
  • การควบคุมต้นทุน
  • ใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร  เช่น  เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมและสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม เป็นต้น ส่วนของภาครัฐจะเริ่มปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป
  • สามารถนางบประมาณไปใช้ในการควบคุมแผนงานก็จะช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถติดตามผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างดี
นโยบายในการจัดทางบประมาณ

1. นโยบายงบประมาณสมดุล (Balanced Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจาปีเท่ากับประมาณการรายได้ในปีนั้นๆ
2. นโยบายงบประมาณเกินดุล (Surplus Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจาปีต่ากว่าประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน แนวทางนี้ต้องเรียกว่าเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังไม่เกินตัวนั่นเอง
3. นโยบายงบประมาณขาดดุล (Deficit Budget Policy)หมายถึงการกาหนดให้มีการจัดทางบประมาณการรายจ่ายสูงกว่างบประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน ซึ่งทาให้เกิดการกู้ยืมเงินหรือนาเงินสารองมาใช้จ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณดังกล่าว
กระบวนการงบประมาณหรือวงจรงบประมาณ(Budgeting Process) หรือวงจรงบประมาณ (Budgeting Cycle) ประกอบด้วยขั้นตอนสาคัญ 4 ขั้นตอนคือ
1. การจัดทางบประมาณ
2. การอนุมัติงบประมาณ
3. การบริหารงบประมาณ
4. การติดตามประเมินผล
หมวดงบประมาณ
ประเภทรายจ่ายศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จาแนกออกเป็น 7 หมวด ดังนี้
•(1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจา
•(2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
•(3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
•(4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
•(5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
•(6) หมวดเงินอุดหนุน
•(7) หมวดรายจ่ายอื่น
สรุป งบประมาณในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
งบประมาณในการจัดการศูนย์ทรัพยากรเป็นองค์ประกอบที่สาคัญยิ่งซึ่งประกอบด้วย
(1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจา
(2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
(3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
(4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
(5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
(6) หมวดเงินอุดหนุน
(7) หมวดรายจ่ายอื่น

การบารุงดูแลทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์

ข้อดีของการเสริมปกแข็ง
1. ต้นทุนต่า ประหยัดงบประมาณ โดยเฉลี่ยประมาณ 5 บาทต่อเล่ม
2. มีวิธีการขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
3. มีขั้นตอนในการทาที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประมาณ 5 นาทีต่อเล่ม
4. รูปเล่มมีความคงทนแข็งแรงในการให้บริการ
5. รูปเล่มสามารถทรงตัวอยู่บนชั้นหนังสือได้ โดยปกไม่ชารุดเสียหาย
6. มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
7. สามารถรักษาโครงสร้างรูปร่างของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์
วัสดุที่ใช้ในการเสริมปก
1. กาวลาเท็กซ์ เช่น TOATitle
2. กระดาษแข็งหรือกระดาษปกเบอร์ 12 หรือมีความหนาประมาณ .050 นิ้ว

3. ผ้าฝูาย (100% cotton)
4. มีดคัตเตอร์
5. กรรไกร
6. แผ่นพลาสติกรองตัดเพื่อไม่ให้โดนโต๊ะ
7. ไม้กระดานแผ่นเรียบ8. แปรงทากาว
9. แท่นน้าหนัก
10. ไม้เนียน
11. เครื่องเจียนกระดาษ (ถ้ามี)อื่น ๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด ดินสอ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น