การจัดทางบประมาณ (Budgeting) คืออะไร
การวางแผนการที่คาดว่าจะต้องจ่าย โดยการคิดล่วงหน้าและแสดงข้อมูลออกมาเป็นตัวเลขและอาจแสดงออกมาในรูปของตัวเงิน จานวนชั่วโมงในการทางาน จานวนผลิตภัณฑ์จานวน ชั่วโมงเครื่องจักร ค่าสึกหรอ ค่าโสหุ้ยเป็นต้น
ความสาคัญของงบประมาณ
- การควบคุมต้นทุน
- ใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร เช่น เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมและสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม เป็นต้น ส่วนของภาครัฐจะเริ่มปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป
- สามารถนางบประมาณไปใช้ในการควบคุมแผนงานก็จะช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถติดตามผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างดี
นโยบายในการจัดทางบประมาณ
1. นโยบายงบประมาณสมดุล (Balanced Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจาปีเท่ากับประมาณการรายได้ในปีนั้นๆ
2. นโยบายงบประมาณเกินดุล (Surplus Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจาปีต่ากว่าประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน แนวทางนี้ต้องเรียกว่าเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังไม่เกินตัวนั่นเอง
3. นโยบายงบประมาณขาดดุล (Deficit Budget Policy)หมายถึงการกาหนดให้มีการจัดทางบประมาณการรายจ่ายสูงกว่างบประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน ซึ่งทาให้เกิดการกู้ยืมเงินหรือนาเงินสารองมาใช้จ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณดังกล่าว
กระบวนการงบประมาณหรือวงจรงบประมาณ(Budgeting Process) หรือวงจรงบประมาณ (Budgeting Cycle) ประกอบด้วยขั้นตอนสาคัญ 4 ขั้นตอนคือ
1. การจัดทางบประมาณ
2. การอนุมัติงบประมาณ
3. การบริหารงบประมาณ
4. การติดตามประเมินผล
หมวดงบประมาณ
ประเภทรายจ่ายศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จาแนกออกเป็น 7 หมวด ดังนี้
•(1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจา
•(2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
•(3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
•(4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
•(5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
•(6) หมวดเงินอุดหนุน
•(7) หมวดรายจ่ายอื่น
•(2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
•(3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
•(4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
•(5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
•(6) หมวดเงินอุดหนุน
•(7) หมวดรายจ่ายอื่น
สรุป งบประมาณในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
งบประมาณในการจัดการศูนย์ทรัพยากรเป็นองค์ประกอบที่สาคัญยิ่งซึ่งประกอบด้วย
(1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจา
(2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
(3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
(4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
(5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
(6) หมวดเงินอุดหนุน
(7) หมวดรายจ่ายอื่น
2. มีวิธีการขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
3. มีขั้นตอนในการทาที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประมาณ 5 นาทีต่อเล่ม
4. รูปเล่มมีความคงทนแข็งแรงในการให้บริการ
5. รูปเล่มสามารถทรงตัวอยู่บนชั้นหนังสือได้ โดยปกไม่ชารุดเสียหาย
6. มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
7. สามารถรักษาโครงสร้างรูปร่างของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์
2. กระดาษแข็งหรือกระดาษปกเบอร์ 12 หรือมีความหนาประมาณ .050 นิ้ว
3. ผ้าฝูาย (100% cotton)
4. มีดคัตเตอร์
5. กรรไกร
6. แผ่นพลาสติกรองตัดเพื่อไม่ให้โดนโต๊ะ
7. ไม้กระดานแผ่นเรียบ8. แปรงทากาว
9. แท่นน้าหนัก
10. ไม้เนียน
11. เครื่องเจียนกระดาษ (ถ้ามี)อื่น ๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด ดินสอ
การบารุงดูแลทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์
ข้อดีของการเสริมปกแข็ง
1. ต้นทุนต่า ประหยัดงบประมาณ โดยเฉลี่ยประมาณ 5 บาทต่อเล่ม2. มีวิธีการขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
3. มีขั้นตอนในการทาที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประมาณ 5 นาทีต่อเล่ม
4. รูปเล่มมีความคงทนแข็งแรงในการให้บริการ
5. รูปเล่มสามารถทรงตัวอยู่บนชั้นหนังสือได้ โดยปกไม่ชารุดเสียหาย
6. มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
7. สามารถรักษาโครงสร้างรูปร่างของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์
วัสดุที่ใช้ในการเสริมปก
1. กาวลาเท็กซ์ เช่น TOATitle2. กระดาษแข็งหรือกระดาษปกเบอร์ 12 หรือมีความหนาประมาณ .050 นิ้ว
3. ผ้าฝูาย (100% cotton)
4. มีดคัตเตอร์
5. กรรไกร
6. แผ่นพลาสติกรองตัดเพื่อไม่ให้โดนโต๊ะ
7. ไม้กระดานแผ่นเรียบ8. แปรงทากาว
9. แท่นน้าหนัก
10. ไม้เนียน
11. เครื่องเจียนกระดาษ (ถ้ามี)อื่น ๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด ดินสอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น